บทที่ 4 พินัยกรรม

อรุณีถูกเธอกวนประสาทจนโกรธจัด ไม่สนใจแล้วว่าในคฤหาสน์วงศ์พัฒนายังมีคนรับใช้อยู่ เธอจึงลงมือด้วยตัวเอง

เพียะ! เพียะ! เพียะ!

เสียงตบหน้าดังขึ้นหลายฉาด

กาญจนารู้สึกเพียงว่าแก้มของเธอชาไปหมด และมุมปากก็มีเลือดซึมออกมา

ความเจ็บปวดตามร่างกายประกอบกับความเจ็บปวดบนใบหน้าทำให้กาญจนาไม่มีแรงขัดขืน ทำได้เพียงถูกตบอยู่ฝ่ายเดียว

สมศักดิ์ที่อยู่ข้าง ๆ เพียงแค่นิ่งเงียบ ตอนนี้กาญจนาไม่ใช่คุณผู้หญิงของตระกูลวงศ์พัฒนาอีกต่อไปแล้ว ความขัดแย้งระหว่างพี่น้อง ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะเข้าไปยุ่งได้

ยิ่งไปกว่านั้น ประธานก็เกลียดเธอเข้าไส้ ใครจะกล้าเข้าไปช่วย

เสียงตบหน้าอันดังกังวานและเสียงด่าทอของอรุณีจึงดังก้องไปทั่วบ้าน

“พูดสิ! ไม่ใช่ว่าแกพูดเก่งนักเหรอ?”

กาญจนาบ้วนเลือดออกมาคำหนึ่ง สภาพร่อแร่เต็มที

“อรุณี เธอรู้จักสุภาษิตนี้ไหม?” น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา แต่กลับเย็นเยียบเป็นพิเศษ

“ดีมาดีกลับ ร้ายมาร้ายกลับ สิ่งที่เธอทำกับฉันในวันนี้ ฉันจำไว้หมดแล้ว วันหน้าถ้าเธอตกอยู่ในกำมือฉันเมื่อไหร่ ฉันจะเอาคืนเป็นร้อยเท่า!”

อรุณีชะงักไปกับคำพูดของเธอ แต่ไม่นานก็ลงมืออีกครั้ง

“ยังจะกล้าปากดีอีก! ของไร้ค่าก็ยังเป็นของไร้ค่าอยู่วันยังค่ำ แกคิดว่าพูดจาข่มขู่แล้วมันจะได้ผลเหรอ?”

เสียงตบหน้าดังขึ้นอีกหลายครั้ง กาญจนาหมดแรงที่จะพูดโดยสิ้นเชิง

สมศักดิ์กลัวว่ากาญจนาจะถูกตีจนตายในคฤหาสน์วงศ์พัฒนาจริง ๆ จึงเอ่ยปากห้ามอรุณี

พอดีกับที่อรุณีก็ตีจนเหนื่อยแล้ว จึงสั่งให้คนรับใช้ถอดเสื้อผ้าของเธอออก แล้วโยนออกไปข้างนอก

คฤหาสน์วงศ์พัฒนาเงียบสงบลงอย่างสมบูรณ์ หลังจากจัดการเรื่องราวทุกอย่างเสร็จ สมศักดิ์ก็ไปรายงานความคืบหน้า

เสียงเคาะประตูดังขึ้น จากนั้นข้างในก็มีเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายดังออกมา

“เข้ามา”

“ท่านประธานครับ ผมจัดการตามคำสั่งของท่าน โยนคุณกาญจนาออกไปแล้วครับ”

วรพลมีแววตาที่ลึกล้ำ เขานึกถึงคำพูดเหล่านั้นของกาญจนาอีกครั้ง แล้วเอ่ยปากถาม

“เธอพูดอะไรบ้างไหม?”

“ไม่ครับ เธอไม่ได้พูดอะไรเลย”

วรพลนิ่งไปครู่หนึ่ง เปิดเอกสารในมือ แล้วออกคำสั่ง

“โยนเธอไปให้ไกล ๆ อย่าให้เธอมาทำให้บ้านสกปรก”

สมศักดิ์ได้ยินดังนั้น ก็ถอยออกไปเงียบ ๆ สั่งให้คนรับใช้โยนกาญจนาไปที่ถนน

ตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ร่วง กาญจนาถูกถอดเสื้อผ้าจนเหลือแต่ชุดชั้นใน แถมยังถูกอรุณีทุบตีอีก สภาพดูน่าสังเวชอย่างยิ่ง

เดิมทีคนรับใช้โยนเธอไว้ที่หน้าประตูแล้วก็ไม่ได้สนใจ

แต่คำสั่งใหม่ทำให้พวกเขาต้องเอาคนไปทิ้งให้ไกลขึ้น

คนรับใช้สองคนจึงกลับไปที่หน้าประตูอีกครั้ง แต่กลับเห็นว่ากาญจนายังคงอยู่ในท่าเดิม ล้มอยู่บนพื้น ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร

กาญจนารู้สึกได้ว่ามีคนมาอีกแล้ว แต่เธอขยับไม่ไหวอีกต่อไป ตอนนี้เธอเจ็บไปทั้งตัว ถ้าวรพลคิดจะฆ่าเธอตอนนี้ เธอก็ไม่มีแรงจะดิ้นรนแล้ว

โชคดีที่อีกฝ่ายไม่ได้คิดจะฆ่าเธอ แค่พยุงเธอขึ้นแล้วลากไปที่ถนน

ใจที่ตึงเครียดของกาญจนาผ่อนคลายลงในวินาทีนั้น ก่อนจะหมดสติไป

ไม่รู้ว่าหลับไปนานเท่าไร ในที่สุดกาญจนาก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา

เธอพบว่าตัวเองอยู่ในห้องห้องหนึ่ง ใต้ร่างคือเตียงที่หนานุ่ม

บาดแผลถูกทายาให้แล้ว แม้แต่เสื้อผ้าก็ยังนุ่มสบายอย่างมาก

“นี่ฉันอยู่ที่ไหนกัน?”

กาญจนาพึมพำกับตัวเอง ทันใดนั้นประตูห้องนอนก็ถูกผลักเปิดออก

คนที่เข้ามาเป็นชายร่างสูงใหญ่ เขาเห็นกาญจนามีท่าทีระแวดระวัง

จึงเผยรอยยิ้มที่เป็นมิตร พลางยื่นยาในมือมาให้

“คุณกาญจนา คุณตื่นแล้วเหรอครับ? ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมคือพิชญ ทนายความส่วนตัวของคุณแม่คุณตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่”

กาญจนาไม่ได้รับยามา เธอจำได้แค่ว่าตัวเองเป็นลมอยู่บนถนน

'ผู้ชายตรงหน้าบอกว่าเป็นทนายของคุณแม่? แต่ทำไมฉันถึงไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย'

ชายคนนั้นก็ไม่รีบร้อน เลือกที่จะวางยาไว้ข้าง ๆ แทน

“คุณจำผมไม่ได้ก็เป็นเรื่องปกติครับ ตอนนั้นคุณยังเด็กมาก”

แม่ของกาญจนาเสียชีวิตตอนเธออายุ 13 ปี หลังจากนั้นก็เป็นสองแม่ลูกอรุณีที่เข้ามาในบ้าน ทำให้บ้านตระกูลชำนาญวุ่นวายไปหมด

'แต่แม่เสียชีวิตกะทันหัน ทำไมจู่ ๆ ถึงมีทนายความโผล่มาได้'

กาญจนายังคงมีท่าทีระแวดระวัง เธอเอ่ยปากถามว่า

“คุณช่วยฉันไว้เหรอคะ?”

พิชญยิ้มบาง ๆ

“เป็นคนเดินถนนใจดีช่วยคุณไว้น่ะครับ ประจวบเหมาะกับผมมีธุระกับคุณพอดี เลยรับคุณมา คนใจดีคนนั้นเอาเสื้อคลุมคลุมให้คุณไว้ ส่วนเสื้อผ้าบนตัวคุณเป็นคุณยายข้างบ้านเปลี่ยนให้ ผมไม่เห็นอะไรทั้งนั้นนะครับ”

กาญจนาเชื่อในใจไปสามส่วน การที่ตัวเองอยู่ที่นี่ ยังดีกว่านอนเปลือยกายอยู่บนถนน

“คุณบอกว่ามีธุระกับฉัน ทำไมเมื่อก่อนคุณไม่เคยปรากฏตัวเลย?”

“คุณแม่ของคุณทิ้งพินัยกรรมไว้ให้ครับ ท่านกำชับให้ผมมอบให้คุณในวันเกิดครบรอบ 24 ปีของคุณ”

พูดจบ พิชญก็เดินออกจากห้องไป แล้วนำเอกสารฉบับหนึ่งเข้ามาจากข้างนอก

กาญจนาเปิดเอกสาร ในหน้าที่มีลายเซ็น มีชื่อสามพยางค์เขียนไว้อย่างชัดเจน

'สุวรรณา'

'เป็นชื่อของคุณแม่จริง ๆ'

พิชญเสริมอย่างเหมาะสม

“คุณแม่ของคุณทิ้งมรดกไว้ให้คุณจำนวนหนึ่ง ซึ่งรวมถึงหุ้นของบริษัทชำนาญสิบห้าเปอร์เซ็นต์ และวิลล่าหนึ่งหลังของท่านตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ครับ”

การเสียชีวิตของสุวรรณานั้นกะทันหันมาก ไม่คิดเลยว่าท่านจะยังทิ้งสิ่งเหล่านี้ไว้ให้กาญจนา

แม้จะไม่มาก แต่ก็เพียงพอให้กาญจนาเอาคืน ทำให้คนในบ้านหลังนั้นนั้นต้องชดใช้

พอถูกพิชญเตือนแบบนี้ กาญจนาก็นึกขึ้นได้

'วันที่อย่ากันเป็นวันเกิดครบรอบ 24 ปีของฉันพอดีเหรอเนี่ย ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาเจอเรื่องน่าเศร้าขนาดนี้ แต่ตอนนี้ วันดี ๆ ของพวกมันจบลงแล้ว'

กาญจนาปิดพินัยกรรมลง แล้วถามพิชญ

“ฉันหลับไปนานแค่ไหนคะ?”

“คุณบาดเจ็บไม่เบาเลยครับ สลบไปสามวัน หมอแนะนำให้คุณพักผ่อนเยอะ ๆ”

“ดี สามวันนี้พอให้พวกนั้นได้มีความสุขกันแล้ว”

น้ำเสียงของกาญจนาเย็นเยียบ เธอเลิกผ้าห่มขึ้นแล้วลงจากเตียง

ในชั่วพริบตา พิชญราวกับได้เห็นสุวรรณาผู้สง่างามคนนั้น

“คุณจะไปไหนเหรอครับ?”

กาญจนาหยุดฝีเท้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

“บาดแผลพวกนี้บนตัวฉัน เกี่ยวข้องกับน้องสาวสุดที่รักของฉันไม่น้อยเลยล่ะค่ะ ฉันนอนอยู่บนเตียงนี่สามวัน แต่เธอกลับอยู่บ้านได้อย่างสบาย ๆ คุณพิชญ คุณว่ามันยุติธรรมไหมล่ะคะ?”

ไม่รอให้พิชญตอบ กาญจนาก็พูดต่อ

“แล้วก็แม่ของฉันที่จากไปก่อนวัยอันควร พ่อคนนั้นของฉันกับเมียน้อยมีความสุขกันมาตั้งหลายปี ถึงเวลาที่ต้องชดใช้แล้ว”

พูดจบกาญจนาก็เดินออกจากประตูไป พิชญเห็นเธอจากไป ก็รีบสวมชุดสูทแล้วตามไปทันที

แสงแดดข้างนอกค่อนข้างจ้า กาญจนายกมือขึ้นมาบัง แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ไม่ใช่แค่เพราะจะได้แก้แค้นให้เจ้าของร่างเดิม

แต่เป็นความสุขที่เธอได้เกิดใหม่มากกว่า

'คนที่เคยทำร้ายฉันและเจ้าของร่างเดิม จะไม่มีใครหนีรอดไปได้!'

ในวิลล่าบ้านตระกูลชำนาญ ครอบครัวของอรุณีกำลังมีความสุขกันพร้อมหน้า

เพ็ญนภา แม่ของอรุณีกำลังช่วยเธอเลือกสร้อยคอ

ช่วงไม่กี่วันนี้มีแต่เรื่องดี ๆ เข้ามาหา

โค่นกาญจนาลงได้ ตำแหน่งคุณผู้หญิงของตระกูลวงศ์เสนาก็ว่างลง วรพลไปร่วมงานเลี้ยงกลางคืน อรุณีก็ยังได้ไปเป็นเพื่อนด้วย

'โชคดีที่ท่านประธานรังเกียจนังเด็กสารเลวนั่น ลูกสาวของฉันยังมีโอกาส'

“คุณพ่อคะ คุณพ่อว่าหนูใส่สร้อยเส้นไหนดีคะ”

อรุณีถือสร้อยคอสองเส้นอยู่ในมือ ท่าทางลังเล

จำรัสที่อยู่ข้าง ๆ จึงเอ่ยปาก

“ลูกสาวสุดที่รักของพ่อใส่อะไรก็สวย ถ้าเลือกไม่ได้จริง ๆ ก็ใส่เส้นที่แพงที่สุดไปเลย”

เพ็ญนภาก็ยิ้มเช่นกัน

“ในกล่องเครื่องประดับของแม่ยังมีอีกนะ ลูกค่อย ๆ เลือก ต้องออกงานให้สวยเจิดจรัส อย่าทำให้ท่านประธานเสียหน้าล่ะ”

ทั้งสามคนหัวเราะกันอย่างมีความสุข ราวกับเป็นครอบครัวที่อบอุ่นสมบูรณ์

ทว่าความสุขของพวกเขา ล้วนสร้างขึ้นบนความทุกข์ของสองแม่ลูกกาญจนา

จำรัส... ไอ้คนเนรคุณคนนี้ ไม่เพียงแต่ฮุบสมบัติของบ้านตระกูลชำนาญไป ยังพาเมียน้อยเข้าบ้านอย่างเปิดเผย ทิ้งลูกสาวแท้ ๆ อย่างกาญจนาไว้ข้างนอก ไม่เคยถามไถ่ ช่างน่ารังเกียจจริง ๆ!

ในตอนนั้นเอง กาญจนาและพิชญก็มาถึงหน้าประตู

ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง!

ทั้งสองคนกดกริ่ง รอให้คนรับใช้มาเปิดประตู

แต่เมื่อคนรับใช้เห็นเธอกลับมา ก็ทำท่าทางราวกับเห็นผี

“คุณหนูใหญ่ ทำไมคุณหนูกลับมาได้ล่ะครับ?”

กาญจนามีสีหน้าปกติ

“ฉันกลับบ้านตัวเอง ทำไมรู้สึกเหมือนลุงไม่ค่อยต้อนรับเลยล่ะ”

ลุงทองหน้าซีดเผือด กาญจนาจากบ้านไปหลายปี ในบ้านจะมีที่ของเธอได้อย่างไร แม้แต่ห้องนอนก็ยังถูกอรุณียึดไปแล้ว

ทว่าบารมีของกาญจนานั้นแข็งแกร่งมาก ลุงทองไม่กล้าพูดอะไรมาก หากเป็นเมื่อก่อน คงไล่เธอไปนานแล้ว

เมื่อเข้ามาด้านใน เธอก็พบว่าบ้านตระกูลชำนาญยังคงเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก

กาญจนาเอ่ยปากถามลุงทอง

“พ่อฉันกับแม่เลี้ยงฉัน แล้วก็น้องสาวฉันอยู่บ้านไหม?”

น้ำเสียงของเธอเย็นชาสุดขั้ว จนลุงทองอดที่จะตัวสั่นไม่ได้

“คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง แล้วก็คุณหนูอรุณี อยู่บ้านกันครบครับ”

“ดี จะได้จัดการรวบยอดทีเดียวเลย”

กาญจนาเร่งฝีเท้า เธออยากรู้จนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว ว่าเมื่อคนพวกนั้นเห็นเธอ พวกเขาจะมีสีหน้าอย่างไร

บทก่อนหน้า
บทถัดไป